ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์คืออะไร ช่วยในเรื่องอะไรบ้าง?

หลายคนสงสัยว่า ฟิลเลอร์คืออะไร ฟิลเลอร์สารเติมเต็มชนิดหนึ่ง เป็นสาร ไฮยาลูโรนิค แอซิด เรียกสั้นๆ ว่า HA เป็นตัวช่วยในการกักเก็บน้ำได้ดี สารชนิดนี้จะเลี้ยงแบคทีเรียถูกสร้างขึ้นมาจากการสกัดของแบตทีเรีย กระบวนการสกัดไม่ได้มีการปนเปื้อนใด ๆ ทั้งสิ้น โดยทางแพทย์จะใช้ในการฉีดเพื่อช่วยลดปัญหา แก้ไขริ้วรอยบนใบหน้าให้กลับมาเต่งตึง ให้ดูเด็กลงอีกครั้ง และยังสามารถใช้ฉีดเพื่อแก้ไข ปรับรูปหน้าได้อีก ซึ่งฟิลเลอร์ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ จึงไม่มีปฏิกิริยาการแพ้ต่อร่างกายของคนเรา จากที่เราทราบกันแล้วว่า ฟิลเลอร์ คืออะไร เรามาทำความรู้จักกับฟิลเลอร์ให้มากขึ้นดีกว่าว่า ทำมาจากอะไร อันตรายหรือไม่ ดังนี้

ฟิลเลอร์ ทำมาจากอะไร มีอันตรายหรือไม่

ปัจจุบันฟิลเลอร์ที่ทางการแพทย์ใช้จะมีขนาดความเข้มข้นไม่เท่ากัน จะแบ่งเป็นขนาดโมเลกุลเป็น 3โมเลกุล ได้แก่ โมเลกุลใหญ่ กลาง เล็ก ซึ่งเวลาใช้งานแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต้องเลือกโมเลกุลให้เข้ากับใบหน้าคนไข้ด้วย การฉีดฟิลเลอร์นั้นจะช่วยแก้ไข และ ปรับรูปหน้าได้ ที่นิยมหลัก ๆ ก็จะเป็น หน้าผาก ร่องหน้า ข้างแก้มตอบ ขมับตอบ ร่องแก้ม ฉีดเติมคาง ทั้งหมดนี้ล้วน สามารถใช้ฟิลเลอร์ช่วยแก้ปัญหาได้หมด

โดยหลักๆ แล้วที่เราใช้ในปัจจุบันกัน จะเป็นการฉีดเพิ่มปริมาตร เมื่อหลายปีที่ผ่านมาประเทศอเมริกานำยมนำฟิลเลอร์มาฉีดเพื่อยกกระชับหน้า โดยที่ฉีดไปในผิวค่อนข้างลึก จนชิดกระดูกเพื่อยกกระชับใบหน้าขึ้นมา แต่ประเทศไทยไม่เป็นที่นิยม เพราะต้องฉีดเข้าไปจะทำให้โหนกแก้มใหญ่

ฟิลเลอร์ มีกี่ประเภท ?

ฟิลเลอร์จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ และมีคุณสมบัติดังนี้

  1. ประเภทชั่วคราว ฟิลเลอร์ชนิดนี้จะค่อนข้างมีความปลอดภัยสูง เพราะมันสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ สามารถอยู่ได้ 4 – 6 เดือน
  2. ประเภทกึ่งชั่วคราว จะมีอายุการใช้งานมากกว่าประเภทแรก แต่ก็สามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ โดยปกติแล้วจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1 – 2 ปี
  3. ประเภทถาวร สามารถอยู่ได้ถาวร ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ หากต้องการใช้ฟิลเลอร์ประเภทนี้ต้องศึกษารายละเอียดให้ดี เพราะมีผลข้างเคียงระยะยาว

ผลข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์ มีอะไรบ้าง ?

หลายปีที่ผ่านมามีรายงานมาว่าการฉีดฟิลเลอร์ ทำให้เกิดผลข้างเคียงเยอะ เช่น ตาบอด จมูกเน่า ผิวหนังตาย จึงทำให้คนจำนวนมากกลัว แต่ที่จริงแล้วผลข้างเคียงนี้เกิดมานานแล้ว มีตั้งแต่สมัยที่ฉีดฟิลเลอร์ในช่วงแรก ๆ ซึ่งสรุปได้ว่าผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น มี 3 อาการผลข้างเคียง ได้แก่

  1. ในช่วง 3 – 6 ชั่วโมง จะมีอาการอุดตันหลอดเลือดแดง ในขณะที่ฉีดเข้าไปในหลอดเลือดแดง (จะมีโอกาสน้อยมาก ๆ ) เพราะว่าหลอดเลือดแดงมีความดันโลหิตเลือดสูง เมื่อเกิดอาการอุดตันในหลอดเลือดแดง สิ่งที่จะเห็นได้ชัดก็คือ จะเหมือนคนที่ผิวหนังขาดเลือด เลือดจะไปเลี้ยงผิวหนังบริเวณปลายทางไม่ได้ ผิวหนังจะตายทันที แต่เมื่อเห็นอาการผลข้างเคียงขึ้นมา ผู้เชี่ยวชาญจะทำแก้ไขขณะนั้นทันทีในขณะนั้น
  2. ผลข้างเคียงถัดมา คือการอุดตันหลอดเลือดดำ จะเกิดขึ้น 6 – 72 ชั่วโมง ลักษณะผิวหนังจะค่อนข้างแดงคล้ำ สีผิวจะเปลี่ยนเป็นสีเข้ม จะไม่ซีดเหมือนอุดตันหลอดเลือดแดง ซึ่งหากเกิดผลข้างเคียงแบบนี้แนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีไม่ว่าจะเป็นเวลาใดก็ตาม
  3. ผลข้างเคียงอีกเรื่องก็จะเป็น การติดเชื้อ มักจะเกิดขึ้น 3 – 7 วันหลังการฉีด จะมีลักษณะบวม ช้ำ เป็นหนอง แพทย์จะให้ทานยาปฏิชีวนะ และยาลดบวม โอกาสในการติดเชื้อจะลดน้อยลงพอสมควร แต่ในถ้าดื้อยา จะให้ทานยาปฏิชีวนะเพิ่มมากกว่า 1 ตัว นอกจากนี้จะมีผลข้างเคียงอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ผิวหนังเขียว ช้ำ บวม แดง แต่อย่าได้ตกใจไปเพราะเป็นเรื่องปกติหลังจากที่ฉีดฟิลเลอร์ โดยอาการเหล่านี้จะหายเองภายใน 1 – 2 สัปดาห์

ดังนั้น การตัดสินใจที่จะฉีดฟิลเลอร์ หรือ ทำศัลยกรรมต่าง ๆ ควรศึกษารายละเอียดข้อมูลให้ดี เพื่อที่จะได้รับมือกับผลข้างเคียงได้ ในการทำศัลยกรรมแต่ละชนิด คุณอาจจะคิดว่าคนอื่นทำได้ไม่เป็นอะไร แต่เรื่องไม่คาดคิดอาจจะเกิดขึ้นกับคุณก็ได้ หากเกิดขึ้นแล้ว และ ไม่รีบแก้ไขโดยทันที ใบหน้าของคุณอาจจะเสียโฉมไปเลย โดยไม่มีใครรับผิดชอบได้ ฉะนั้น ควรปฏิบัติตนตามแพยท์ผู้เชี่ยวชาญบอกอย่างเคร่งครัด อย่างดูดี ต้องอดทนหน่อยน่ะค่ะ ถึงพ่อแม่ไม่ได้ให้เรามามาก แต่คุณก็สามารถสวย / หล่อ ด้วยมือหมอได้ เผลอ ๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณหลาย ๆ คนไปเลยก็ได้ อยากให้แง่คิดฝากไว้สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่อากทำศัลยกรรมทุกชนิดเลย ว่าควรศึกษาให้ถีถ้วนกันด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : miyaonv

The word vape arose to fill this gap, and it has write narrative essay proliferated along with the habit.